ปัญหาเรื่องขอพินบีบียังรวมไปถึง “อุ้ม ลักขณา” อีกคน โดยเจ้าตัวบอกว่าเสียความรู้สึกและรู้สึกเสียหน้ามากๆ ที่หนุ่มฟิล์มไปให้ข่าวปฏิเสธว่าไม่เคยบีบีคุยกับตน ทั้งๆ ที่เป็นนักร้องหนุ่มเองที่เข้ามาขอพินและแอดมาจีบตน แถมยังมีการพูดคุยในเชิงที่จะคบหากันในระดับหนึ่งด้วย ส่วนที่ดูสาหัสกว่าใครก็คงจะเป็นในรายของสาว “ฝ้าย อริญรดา” อีกหนึ่งตัวละครที่ออกมาในช่วงที่นักร้องหนุ่มกำลังมีปัญหากรณีทำ/ไม่ทำนักแสดงสาว “แอนนี่ บรู๊ค” ท้อง โดยว่ากันว่าสาวฝ้ายนี่แหละคือแฟนตัวจริงที่หนุ่มฟิล์มคบมานานกว่า 8 ปี โดยมีคำพูดของคนที่สนิทกับนักร้องหนุ่ม ทั้ง อู๊ด พระเครื่อง, พจน์ อานนท์ ที่เคยออกปากให้สัมภาษณ์ว่าสาวฝ้ายคือแฟนตัวจริง แต่แม้ฝ่ายหญิงจะร้องห่มร้องไห้ออกทีวีแฉถึงความสัมพันธ์ รวมถึงคนรอบข้างจะยืนยันเช่นนั้น ทว่านักร้องดังเองก็หาได้ออกมายืดอกรับอย่างลูกผู้ชาย กลับใช้วิธีการเลี่ยงโดยบอกแต่เพียงว่าไม่อยากพูดถึงและจนถึงตอนนี้ก็ไม่ได้คุยกันแล้ว ทั้งนี้จากการออกมาให้สัมภาษณ์ของทั้ง ฝ้าย อริญรดา และ ยูมิน ทวิกานต์ เป็นที่น่าสังเกตว่า นอกจากจะเป็นเครื่องมืออันดีในการเปิดทางเข้าหา “เป้าหมาย” แล้ว คำว่า ซูเปอร์สตาร์, นักร้อง-ดาราดัง ของหนุ่มฟิล์มจะยังมีประโยชน์ที่สำคัญไม่แพ้กันอีกประการหนึ่ง นั่นคือการใช้คำที่ว่าเป็นข้ออ้างที่ทำให้หญิงสาวที่เขาคบหาด้วยได้ไม่สามารถที่จะพูดหรือแม้กระทั่งเปิดเผยตัวตนได้อย่างเต็มที่นักด้วยเกรงว่าจะไปกระทบหรือเป็นอุปสรรคต่อชื่อเสียงตลอดจนหน้าที่การงานของอีกฝ่ายตามที่ฝ่ายชายพยายามบอกกล่าวออกตัวเอาไว้ตั้งแต่แรก ซึ่งด้วยเหตุผลที่ว่านี้เองที่ทำให้การปรากฏตัวออกมาของหญิงสาวทั้งสองพร้อมกับการเปิดเผยถึงความสัมพันธ์ในอดีตจะมีคนจำนวนไม่น้อยมองว่าทั้งสองนั้นขี้ตู่ อยากดัง ทั้งคู่เกาะกระแสของนักร้องดังไปอย่างช่วยไม่ได้ ซ้ำร้าย ในฐานะของ “ลูกผู้หญิง” การออกมาพูดเรื่องทำนองนี้เลยยิ่งดูไม่ดีเข้าไปใหญ่ในความความคิดแบบสังคมไทยเรา อย่างไรก็ตาม จริงอยู่ที่ว่าเหตุผลส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่จริงก็ได้ แต่คำถามที่น่าสนใจและควรให้น้ำหนักมากกว่าก็คือ แล้วสิ่งที่หนุ่มฟิล์มกระทำแสดงออกต่อทั้งคู่ เฉพาะอย่างยิ่งในรายของสาวยูมิน อาทิ ชักชวนพากันไปดูที่ดูทางเพื่อซื้อบ้าน ส่งข้อความบอกว่าคิดถึง ลงท้ายอีเมล์ว่าไอ เลิฟ ยู และอื่นๆ อีกมากมายที่เจ้าตัวไม่ยอมเปิดเผย เหล่านี้มันไม่มีน้ำหนักเพียงพอเลยหรือที่จะทำให้ตัวผู้หญิงคิดได้ว่าฝ่ายชายที่เข้ามาหาตนเองก่อนคงไม่ได้คิดจะมีความสัมพันธ์กันในสถานะแค่พี่-น้องเท่านั้น รวมถึงมันเป็นความผิดด้วยหรือหากเธอเองจะมีใจให้กับอีกฝ่ายจริงๆ เหมือนกับเพลง “อย่าทำอย่างนี้ไม่ว่ากับใคร…เข้าใจไหม” ของเบิร์ดธงชัยที่ว่า…อย่าทำอย่างนี้ ไม่ว่ากับใคร เข้าใจไหมถ้าไม่รัก ไม่ต้องไปทำแบบนี้ให้ใครอย่าทำอย่างนี้เพราะเขาจะมองว่าเธอน่ะใจร้ายที่ทำเหมือนเธอให้ใจ แต่มันก็ไม่จริง… ท้ายสุด คงจะต้องบอกว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่อง “ส่วนตัว” โดยมีคนสองคน “รู้” และ “เข้าใจ” ดีที่สุดในสิ่งที่ตนเองคิดและกระทำ ฉะนั้นโดยเฉพาะฝ่ายหญิงทางที่ดีก็จงพยายามอย่าไปทำอะไรที่เป็นการเริ่มต้นให้กลายเป็นประเด็นขึ้นมาจะเป็นการดีที่สุด เพราะส่วนใหญ่เรื่องทำนองนี้ ลงท้ายทีไรผู้หญิงก็จะถูกมองว่ามีแต่เสียกับเสียอย่างเดียว
ขอบคุณ
http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9540000079033 |
No comments:
Post a Comment