Hi quest ,  welcome  |  sign in  |  registered now  |  need help ?
Hi, guest ! welcome to BREAK NEWS ONLINE. | About Us | Contact | Register | Sign In

แฟชั่น ย้อนยุครับใบไม้เปลี่ยนสี

Written By 092505589 on Tuesday, July 5, 2011 | 1:31 AM

[postlink]http://breaknewsonline.blogspot.com/2011/07/blog-post_8304.html[/postlink]

thurl 222x300 แฟชั่น ย้อนยุครับใบไม้เปลี่ยนสี


เริ่มต้นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีด้วยคอลเลคชั่นพรีฟอลจากอีฟ แซงต์ โลรองต์และเอมิลิโอ ปุชชี่ ที่มีคีย์หลักคือการสร้างสมดุลระหว่างสไตล์แฟชั่นยุค 70 และเอกลักษณ์ของแบรนด์


ก่อนเริ่มต้นแฟชั่นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีอย่างเป็นทางการ“อีฟ แซงต์ โลรองต์”ต้อนรับการเปลี่ยนแปลงด้วยคอลเลคชั่นพรีฟอล 2011 แรงบันดาลใจจากผลงานอันน่าประทับใจของดีไซเนอร์ระดับโลกผู้ล่วงลับ“อีฟ แซงต์ โลรองต์” โดยฝีมือครีเอทีฟไดเรคเตอร์ประจำแบรนด์คนปัจจุบัน “สเตฟาโน่ พีลาติ”


ในคอลเลคชั่นนี้เป็นการนำเอกลักษณ์ของแบรนด์มาดีไซน์ใหม่ให้ดูโมเดิร์น โดยยังคงเสน่ห์ ความหรูหรา และกลิ่นไอของความเป็นวินเทจแบบฉบับสาวปาริเซียง แม้จะไม่เหมือนผลงานต้นฉบับที่แซงต์ โลรองต์ออกแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีรูปแบบและกลิ่นอายน่าประทับใจทั้งยังคงความเป็นเอกลักษณ์เหมือนกัน


โดยเสื้อผ้าคอลเลคชั่นล่าสุดนี้ถูกออกแบบมาใน 3 ธีม ที่แตกต่างและโดดเด่น เริ่มจาก“โอเพียม” ธีมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมของชาติจีน ซึ่งแซงต์ โลรองต์ นำมาออกแบบคอลเลคชั่นโอต์ กูตูร์ในปี 1977 ฤดูกาลนี้คอนเซ็ปต์โอเพียมถูกนำกลับมาเป็นหนึ่งในไฮไลท์ ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์กระแสหลักที่แฟชั่นยุค 70 กำลังมาแรง โดยเน้นการสอดแทรกรายละเอียดวัฒนธรรมการแต่งกายแบบจีนลงบนเสื้อผ้า เครื่องประดับและเครื่องหนังอย่างมีชั้นเชิง ในสีดำและทองอร่าม


ด้านลายพิมพ์งู ซึ่งเป็นลายพิมพ์หนังสัตว์ที่แซงต์ โลรองต์นำมาใช้ก่อนลายพิมพ์หนังสัตว์ชนิดอื่นๆ ก็กลับมาอีกครั้งในคอลเลคชั่นนี้ แต่พีลาตินำคีย์ปริ้นท์มาปรับสีสันรูปแบบให้ดูแปลกตาและลวดลายสวยงามยิ่งขึ้น พิมพ์ลงบนวัสดุหลากชนิดขึ้น เช่น ผ้าขนแกะ ผ้าไหมมัสลิน ผ้าไหมเนื้อมันวาวหรือถุงน่องเนื้อบาง และนำหนังงูมาย้อมสีเดียวกับเสื้อผ้าเพื่อเพิ่มความหรูหราให้คอลเลคชั่นกระเป๋าและรองเท้า


 ส่วนธีมสุดท้ายคือการใช้สีสันที่ตัดกันมาเข้าคู่กันที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของอีฟ แซงต์ โลรองต์เลยก็ว่าได้ โดยการจับคู่สีที่ต่างกันเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวเป็นเทคนิคเฉพาะที่แซงต์ โลรองต์ โปรดปรานและมักใช้เทคนิคนี้ในผลงานของเขาตั้งแต่กลางยุค 60 เลยทีเดียว ซึ่งเป็นการเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้คอลเลคชั่นเสื้อผ้า ที่นอกจากจะมีสีหลักคือเทาและดำแล้ว ยังมีอีก 4 สีที่ช่วยสร้างสีสัน ทั้งน้ำตาลใบยาสูบ สีเขียวหัวเป็ด สีเขียวใบไม้ และสีม่วงอมแดง
    
สำหรับ“เอมิลิโอ ปุชชี่” ในคอลเลคชั่นพรีฟอล/วินเทอร์ 2011 เป็นการผสานความสนุกสนานสไตล์โบฮีเมียนเข้ากับความคลาสสิคของปุชชี่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างแฟชั่นในชีวิตประจำวันและความหรูหราแห่งค่ำคืน ทำให้คอลเลคชั่นล่าสุดดูผ่อนคลายและสนุกสนานยิ่งขึ้น โดยได้แรงบันดาลใจมาจากยุคปี 70 ของกรุงลอนดอน


กระโปรงความยาวใต้เข่าที่เห็นได้ในซีซั่นนี้หรือซีซั่นที่แล้ว ถูกนำมาจับคู่กับเดรสผ้าเจอร์ซี่ลวดลายขนนก และรองเท้าบู๊ทความยาวถึงใต้เข่า เบลเซอร์ผ้านุ่มมัดย้อม เดรสราตรีที่ปักอลังการ ประดับขนนกและหนังนกกระจอกเทศ เมื่อดูในภาพรวมก็จะเห็นได้ถึงความสนุกสนานและยังคงความมีสไตล์ในแบบปุชชี่ที่ดีไซเนอร์ต้องการจะนำเสนอ


ลายพิมพ์สุดคลาสสิกทั้ง ลวดลายบาติก ลายพิมพ์สีสดใส และเทคนิคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจับพลีท การมัดย้อม การปะต่อผ้า ต่างก็ถูกนำกลับมาอีกครั้งเพื่อเป็นไฮไลท์ในคอลเลคชั่นนี้ โดยเสื้อผ้าเน้นความบางเบา พลิ้วไหว ในสีโทนเข้ม เช่น แดง เขียวน้ำทะเล ทอง และน้ำเงิน


ทีมเดลินิวส์ ออนไลน์
dnshopaholic@gmail.com

thurl 222x300 แฟชั่น ย้อนยุครับใบไม้เปลี่ยนสี


เริ่มต้นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีด้วยคอลเลคชั่นพรีฟอลจากอีฟ แซงต์ โลรองต์และเอมิลิโอ ปุชชี่ ที่มีคีย์หลักคือการสร้างสมดุลระหว่างสไตล์แฟชั่นยุค 70 และเอกลักษณ์ของแบรนด์


ก่อนเริ่มต้นแฟชั่นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีอย่างเป็นทางการ“อีฟ แซงต์ โลรองต์”ต้อนรับการเปลี่ยนแปลงด้วยคอลเลคชั่นพรีฟอล 2011 แรงบันดาลใจจากผลงานอันน่าประทับใจของดีไซเนอร์ระดับโลกผู้ล่วงลับ“อีฟ แซงต์ โลรองต์” โดยฝีมือครีเอทีฟไดเรคเตอร์ประจำแบรนด์คนปัจจุบัน “สเตฟาโน่ พีลาติ”


ในคอลเลคชั่นนี้เป็นการนำเอกลักษณ์ของแบรนด์มาดีไซน์ใหม่ให้ดูโมเดิร์น โดยยังคงเสน่ห์ ความหรูหรา และกลิ่นไอของความเป็นวินเทจแบบฉบับสาวปาริเซียง แม้จะไม่เหมือนผลงานต้นฉบับที่แซงต์ โลรองต์ออกแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีรูปแบบและกลิ่นอายน่าประทับใจทั้งยังคงความเป็นเอกลักษณ์เหมือนกัน


โดยเสื้อผ้าคอลเลคชั่นล่าสุดนี้ถูกออกแบบมาใน 3 ธีม ที่แตกต่างและโดดเด่น เริ่มจาก“โอเพียม” ธีมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมของชาติจีน ซึ่งแซงต์ โลรองต์ นำมาออกแบบคอลเลคชั่นโอต์ กูตูร์ในปี 1977 ฤดูกาลนี้คอนเซ็ปต์โอเพียมถูกนำกลับมาเป็นหนึ่งในไฮไลท์ ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์กระแสหลักที่แฟชั่นยุค 70 กำลังมาแรง โดยเน้นการสอดแทรกรายละเอียดวัฒนธรรมการแต่งกายแบบจีนลงบนเสื้อผ้า เครื่องประดับและเครื่องหนังอย่างมีชั้นเชิง ในสีดำและทองอร่าม


ด้านลายพิมพ์งู ซึ่งเป็นลายพิมพ์หนังสัตว์ที่แซงต์ โลรองต์นำมาใช้ก่อนลายพิมพ์หนังสัตว์ชนิดอื่นๆ ก็กลับมาอีกครั้งในคอลเลคชั่นนี้ แต่พีลาตินำคีย์ปริ้นท์มาปรับสีสันรูปแบบให้ดูแปลกตาและลวดลายสวยงามยิ่งขึ้น พิมพ์ลงบนวัสดุหลากชนิดขึ้น เช่น ผ้าขนแกะ ผ้าไหมมัสลิน ผ้าไหมเนื้อมันวาวหรือถุงน่องเนื้อบาง และนำหนังงูมาย้อมสีเดียวกับเสื้อผ้าเพื่อเพิ่มความหรูหราให้คอลเลคชั่นกระเป๋าและรองเท้า


 ส่วนธีมสุดท้ายคือการใช้สีสันที่ตัดกันมาเข้าคู่กันที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของอีฟ แซงต์ โลรองต์เลยก็ว่าได้ โดยการจับคู่สีที่ต่างกันเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวเป็นเทคนิคเฉพาะที่แซงต์ โลรองต์ โปรดปรานและมักใช้เทคนิคนี้ในผลงานของเขาตั้งแต่กลางยุค 60 เลยทีเดียว ซึ่งเป็นการเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้คอลเลคชั่นเสื้อผ้า ที่นอกจากจะมีสีหลักคือเทาและดำแล้ว ยังมีอีก 4 สีที่ช่วยสร้างสีสัน ทั้งน้ำตาลใบยาสูบ สีเขียวหัวเป็ด สีเขียวใบไม้ และสีม่วงอมแดง
    
สำหรับ“เอมิลิโอ ปุชชี่” ในคอลเลคชั่นพรีฟอล/วินเทอร์ 2011 เป็นการผสานความสนุกสนานสไตล์โบฮีเมียนเข้ากับความคลาสสิคของปุชชี่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างแฟชั่นในชีวิตประจำวันและความหรูหราแห่งค่ำคืน ทำให้คอลเลคชั่นล่าสุดดูผ่อนคลายและสนุกสนานยิ่งขึ้น โดยได้แรงบันดาลใจมาจากยุคปี 70 ของกรุงลอนดอน


กระโปรงความยาวใต้เข่าที่เห็นได้ในซีซั่นนี้หรือซีซั่นที่แล้ว ถูกนำมาจับคู่กับเดรสผ้าเจอร์ซี่ลวดลายขนนก และรองเท้าบู๊ทความยาวถึงใต้เข่า เบลเซอร์ผ้านุ่มมัดย้อม เดรสราตรีที่ปักอลังการ ประดับขนนกและหนังนกกระจอกเทศ เมื่อดูในภาพรวมก็จะเห็นได้ถึงความสนุกสนานและยังคงความมีสไตล์ในแบบปุชชี่ที่ดีไซเนอร์ต้องการจะนำเสนอ


ลายพิมพ์สุดคลาสสิกทั้ง ลวดลายบาติก ลายพิมพ์สีสดใส และเทคนิคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจับพลีท การมัดย้อม การปะต่อผ้า ต่างก็ถูกนำกลับมาอีกครั้งเพื่อเป็นไฮไลท์ในคอลเลคชั่นนี้ โดยเสื้อผ้าเน้นความบางเบา พลิ้วไหว ในสีโทนเข้ม เช่น แดง เขียวน้ำทะเล ทอง และน้ำเงิน


ทีมเดลินิวส์ ออนไลน์
dnshopaholic@gmail.com

No comments:

Post a Comment