Hi quest ,  welcome  |  sign in  |  registered now  |  need help ?
Hi, guest ! welcome to BREAK NEWS ONLINE. | About Us | Contact | Register | Sign In

โคโยตี้งานศพ นักวิเคราะห์จวก เทรนด์ใหม่ในไต้หวัน

Written By 092505589 on Thursday, July 14, 2011 | 1:47 AM

[postlink]http://breaknewsonline.blogspot.com/2011/07/blog-post_3222.html[/postlink]

stripper 02 300x169 โคโยตี้งานศพ นักวิเคราะห์จวก เทรนด์ใหม่ในไต้หวัน


จากกรณีการเกิดกระแส นำนักเต้นนุ่งน้อยห่มน้อยไปโชว์ตามงานศพ ของคนไต้หวัน ซึ่งเป็นที่นิยมมาหลายปี ทำให้กระแสดังกล่าวดังข้ามทวีปไปสู่ชาวตะวันตก จนมีนักมานุษยวิทยาได้ทำสารคดีเพื่อตีแผ่เรื่องราวดังกล่าว


ขณะนี้ในเว็บไซต์แห่งหนึ่งมีการเขียนบทความถึงกรณีนี้ ซึ่งหนุ่มชาวอเมริกันหลายคน ถึงกับขอร้องให้ญาติน้ำศพของเขามาฝังที่ไต้หวันเพื่อจะได้จัดงานตามแบบไต้หวัน ให้มีนักเต้นสาวมาเต้นอยู่ในงานศพ


ทั้งนี้ แม้ว่าชาวอเมริกันเหล่านั้นจะไม่ทราบถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของกระแสดังกล่าว แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยอยากจะมาจัดงานศพของตนเองที่ไต้หวัน เพราะถือเป็นการส่งท้ายให้ดวงวิญญาณของตนเองรวมทั้งลดความโศกเศร้าในหมู่ญาติมิตรด้วย


อย่างไรก็ตาม มาร์ค แอล มอสโควิทซ์ ศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยเซาท์ แคลิฟอเนีย และทีมวิจัยได้จัดทำสารคดีความยาว 40 นาที  วิเคราะห์ถึงเหตุผลของกระแสดังกล่าวเพื่อทำความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับชาวอเมริกันให้ระลึกไว้ว่า งานศพควรเป็นงานที่ต้องแสดงออกถึงความโศกเศร้า และให้ทางรัฐบาลและสื่อไต้หวันได้ตระหนักและรู้สึกแย่ต่อกระแสดังกล่าว


นอกจานี้ เขายังกล่าวอีกว่ากระแสดังกล่าว เป็นการต่อสู้ระหว่างวัฒนธรรมเก่าและวัฒนธรรมสมัยใหม่ , ความเปลี่ยนแปลงทางกระแสโลกกับกระแสท้องถิ่น และการต่อสู้ของความถูกต้องทางกฎหมายด้วย


stripper 02 300x169 โคโยตี้งานศพ นักวิเคราะห์จวก เทรนด์ใหม่ในไต้หวัน


จากกรณีการเกิดกระแส นำนักเต้นนุ่งน้อยห่มน้อยไปโชว์ตามงานศพ ของคนไต้หวัน ซึ่งเป็นที่นิยมมาหลายปี ทำให้กระแสดังกล่าวดังข้ามทวีปไปสู่ชาวตะวันตก จนมีนักมานุษยวิทยาได้ทำสารคดีเพื่อตีแผ่เรื่องราวดังกล่าว


ขณะนี้ในเว็บไซต์แห่งหนึ่งมีการเขียนบทความถึงกรณีนี้ ซึ่งหนุ่มชาวอเมริกันหลายคน ถึงกับขอร้องให้ญาติน้ำศพของเขามาฝังที่ไต้หวันเพื่อจะได้จัดงานตามแบบไต้หวัน ให้มีนักเต้นสาวมาเต้นอยู่ในงานศพ


ทั้งนี้ แม้ว่าชาวอเมริกันเหล่านั้นจะไม่ทราบถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของกระแสดังกล่าว แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยอยากจะมาจัดงานศพของตนเองที่ไต้หวัน เพราะถือเป็นการส่งท้ายให้ดวงวิญญาณของตนเองรวมทั้งลดความโศกเศร้าในหมู่ญาติมิตรด้วย


อย่างไรก็ตาม มาร์ค แอล มอสโควิทซ์ ศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยเซาท์ แคลิฟอเนีย และทีมวิจัยได้จัดทำสารคดีความยาว 40 นาที  วิเคราะห์ถึงเหตุผลของกระแสดังกล่าวเพื่อทำความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับชาวอเมริกันให้ระลึกไว้ว่า งานศพควรเป็นงานที่ต้องแสดงออกถึงความโศกเศร้า และให้ทางรัฐบาลและสื่อไต้หวันได้ตระหนักและรู้สึกแย่ต่อกระแสดังกล่าว


นอกจานี้ เขายังกล่าวอีกว่ากระแสดังกล่าว เป็นการต่อสู้ระหว่างวัฒนธรรมเก่าและวัฒนธรรมสมัยใหม่ , ความเปลี่ยนแปลงทางกระแสโลกกับกระแสท้องถิ่น และการต่อสู้ของความถูกต้องทางกฎหมายด้วย


No comments:

Post a Comment